พจนานุกลม: เพื่อน

posted on 23 Dec 2007 18:57 by roundfinger in Dictionary

มนุษย์ควรมีเพื่อน ไม่งั้นนั่งๆ อยู่อาจขาดใจตายเพราะอาการขาดความสัมพันธ์ตาย หรืออาการเหงาขึ้นสมอง มนุษย์ที่ไม่มีเพื่อนคงไม่มีอยู่บนโลกใบนี้ หรือถ้ามีคงต้องเป็นคนที่แปลกประหลาดมาก ขนาดน่าจะพาไปออกรายการท้าพิสูจน์ ตามไปดู หรือไปโชว์ตัวแทนเมียงูในงานวัดได้

เพราะทุกอย่างในโลกนี้ต่างเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน จริงๆ แล้วพูดแบบกว้างๆ คงสัมพันธ์โยงใยกันไปหมดทุกหน่วย แต่พูดให้แคบหน่อย อย่างน้อยหนึ่งหน่วยนั้นก็ต้องสัมพันธ์กับอะไรสักอย่างล่ะน่า เก้าอี้ที่ไม่มีคนนั่งก็ยังตั้งอยู่บนพื้น อย่างน้อยมันก็สัมผัสและสัมพันธ์กับพื้น ก้อนขี้ที่ไม่มีใครอยากเอาเท้าไปสัมผัส ต่างจรลีหนีหาย ก็ยังมีแมลงวันผู้ใจดีเป็นเพื่อนคอยมาเกาะแกะ หน่วยหนึ่งย่อมมีอีกหน่วยหนึ่งเคียงข้างเสมอ แม้บางครั้งหนึ่งหน่วยที่มาเกาะแกะนั้นเราอาจจะไม่ได้ต้องการนัก และเราอาจจะต้องการหน่วยอื่นมากกว่า แต่หน่วยที่ว่ากลับไปเกาะขี้ก้อนอื่น เอ้ย คนอื่นแทน

แต่ไม่เหงาหรอก ยังไงเราก็มีเพื่อน อยู่ที่เราจะนับเขา เธอ หรือมันเป็นเพื่อนหรือไม่ บางทีเรื่องแบบนี้ก็พูดยาก คนหนึ่งอาจนับคนหนึ่งเป็นเพื่อน แต่ไอ้คนที่เรานับเขากลับไม่ได้นับเรา ว้า แย่จัง

คนที่เพื่อนน้อย จึงดูเหมือนจะเป็นคนไม่เอาเพื่อนมากกว่า เพราะเพื่อนก็มีอยู่เต็มไปหมด

เพื่อนอาจไม่จำเป็นต้องมีรูจมูกสูดออกซิเจนพ่นคาร์บอนไดออกไซด์ได้เสมอไป เพื่อนมีหลายบุคลิก หลายลักษณะ เพื่อนแต่ละลักษณะก็เหมาะกับเวลาและสถาณการณ์ที่ต่างกัน เวลาเศร้าเราอาจต้องการทิชชู่เป็นเพื่อน เวลาวุ่นวายเราอาจต้องการหนังสือธรรมะสักเล่ม เบียร์เย็นๆ สักแก้ว แล้วนั่งจ้อง(รูป)สวนหินในวัดเซน ทั้งหมดก็ล้วนเป็นเพื่อนที่นำความสงบเย็นมาสู่จิตใจได้

เพื่อนอาจจะเป็นตุ๊กตาที่เธอซื้อมาให้ในวันวาเลนไทน์ ยามห่างไกลเธอก็ยังมีมันอยู่ข้างๆ ตัว กระทั่งยามเธอไปแล้วมันก็ยังอยู่ ความรักที่เธอเคยให้ยังอยู่เสมอ เพียงแค่เธอไม่มีจะให้เพิ่มแล้วเท่านั้นเอง

เพื่อนอาจเปลี่ยนสถานะจากก๊าซเป็นของเหลวได้ จากคนที่ไม่มีตัวตน กลายเป็นคนมีอะไร เหมือนน้ำที่ต้องดื่มทุกวัน ไม่งั้นคอแห้ง ไม่ดื่มนานก็อาจสิ้นลมหายใจ จากมองไม่เห็นกลายเป็นมีคุณค่ากับชีวิต เพื่อนบางคนอาจเปลี่ยนสถานะไปมากกว่านั้น จากของเหลวกลายเป็นของแข็งจับต้อง สัมผัส ลูบหัว ขยี้ผม จับแก้ม เกาเข่า ตะไบเล็บ นั่งเขี่ยตาตุ่มให้กัน ความสัมพันธ์งอกเงยไปถึงขั้นเกินเพื่อน

ก็คงต้องปล่อยไปตามชะตา เพราะผลวิจัยพบว่า น้อยเพื่อนนักที่แปลงร่างเป็นคนรักแล้วจะยังกลับมาเป็นเพื่อนกันได้ แต่น้อยก็ใช่ว่าไม่มี เมื่อใจมันไปแล้วจะไปรั้งมันไว้ทำขนมเบื้องทำไม ปล่อยไปตามใจดีกว่า แฟนก็แฟนสิวะ เสียเพื่อนไปคนหนึ่งได้แฟนมาคน เหมือนเอาม้าไปแลกกับเรือในเกมหมากรุก คุ้มไหมไม่รู้ เพราะม้าและเรือก็มีดีมีเสีย มีจุดอ่อนจุดแข็งต่างกันไป แต่วันที่ต้องการเรือ ม้ามันแทนไม่ได้นี่หว่า

คงต้องลองดู ถ้าเรายังเข้าใจกัน คงเป็นเพื่อนกันได้เสมอ

เพิ่งเข้าไปอ่านบล็อกของโรสมา เธอบอกว่า แม่ของเธอบอกเอาไว้ว่า ในชีวิตนี้มีสองสิ่งที่ห้ามไม่ได้ คือความตายและความรัก

รักเพื่อนก็ดี แต่ไม่เห็นต้องตายแทนกัน เพื่อนตายก็อย่าลืมไปงานศพมันก็แล้วกัน ถ้ากูตายมึงมางานกูด้วยนะ พวงหรีดไม่เอา เอาหน้ามึงมาให้กูเห็นเป็นครั้งสุดท้ายจะดีกว่า กูอุตส่าห์เลี้ยงกระเพาะปลาอร่อยๆ เชียวนะโว้ย รักเพื่อนคือการพร้อมช่วยเหลือเท่าที่ช่วยได้ ไม่น่าจะไปช่วยจนตัวเองเดือดร้อน เพราะแบบนั้นโลกยิ่งลำบาก มันจะกลายเป็นปัญหาลูกโซ่ รกรุงรัง คือไปช่วยคลี่คลายปัญหาเพื่อน แต่ดันเพิ่มปัญหาให้ตัวเอง แล้วไงล่ะ ก็ต้องไปหาเพื่อนมาช่วยอีกต่อ ไม่รู้จักจบจักสิ้น

เพื่อนไม่ใช่คนที่ตัวติดกัน เพื่อนไม่ใช่อินจัน ไม่ใช่แฝดสยาม ไม่ต้องเจอหน้าบ่อย ถ้าหน้าของเพื่อนไม่ได้เหมือนน้องแตงโมหรือกิ๊ฟซี่ ห่างกันบ้างก็ดี ให้รักเป็นสายลมผ่าน และสายลมก็มักจะมาพร้อมออกซิเจนให้เราทั้งสองได้หายใจหายคอและใช้เวลาส่วนตัวบ้าง สูดเข้าไปให้เต็มปอด แล้วว่างๆ เราค่อยมาดมกลิ่นปากกันใหม่

ห่างไปใช่ว่าไม่คิดถึงกัน ยังเงี่ยหูฟังข่าวคราวและเป็นห่วงเป็นใยเพื่อนเสมอ เวลาเพื่อนมีสุขการไม่ยื่นหน้าไปแสดงความยินดีก็คงไม่ใช่ความผิดฉกรรจ์ แต่ยามเพื่อนมีทุกข์ภัย ไปได้ต้องรีบไป ณ เดี๋ยวนั้น มีเพื่อนไว้ยามมีปัญหามากกว่ามีสุข มีทุกข์ต้องร่วมต้าน มีสุขปล่อยเพื่อนเสพไปคนเดียวก็ได้ ว่างๆ ค่อยไปเสพด้วย

เพื่อนที่เข้าใจกันจริงๆ ห่างกันไปแค่ไหน กลับไปเจออีกครั้งก็ยังเหมือนเดิมเสมอ คุยเล่นเหมือนเมื่อวันวาน จะผันผ่านไปนานกี่ปี พวกเราก็เหมือนหยุดเวลาไว้ เรื่องเก่าๆ ถูกขุดขึ้นมาหัวเราะกันใหม่ เราต่างมีเรื่องราวกับเพื่อนต่างกลุ่มต่างไป แต่เรื่องเหล่านั้นเหมือนของเล่นที่ถูกเก็บใส่หีบแล้วฝังดินเอาไว้ ขุดขึ้นมาเล่นใหม่เมื่อไหร่กับเพื่อนกลุ่มเดิมก็ยังครื้นเครงไม่เปลี่ยนแปลง

มีบ้างบางครั้งที่เราโกรธกัน มีบ้างที่เราไม่เข้าใจ อ้าวเฮ้ย คนนะเว้ย ไม่ใช่ผักหญ้า วันๆ จะได้โอนอ่อนตามลมพัดลมเพตลอดเวลา เรามาจากต่างบ้าน ต่างสถานที่ ต่างอดีต ได้มาเป็นเพื่อนกันก็ดีเท่าไหร่แล้ว ไม่เข้าใจ เห็นไม่ตรงกันบ้างคงไม่แปลก ถ้าเข้าใจกันหมดนี่สิประหลาด เพื่อนอาจเป็นแบบฝึกหัดแรกๆ ให้เราได้หัดยอมรับความคิดเห็นอย่างอื่นบ้าง และเข้าใจว่าทุกอย่างในโลกไม่ได้หมุนรอบตัวเรา เพื่อนกันไม่มีดาวฤกษ์ดาวเคราะห์ ไม่มีดวงจันทร์ หรือ ดาวบริวาร เราต่างสลับหน้าที่กัน บางวันเธอหมุนรอบฉัน บางวันฉันก็หมุนรอบเธอ เหมือนเพลงที่เฉลียงเขาร้องไว้

บางครั้งเพื่อนก็เหมือนประเทศในคำคมบาดหูที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนหนึ่งเคยพูดไว้ "อย่าได้ถามว่าเพื่อนจะให้อะไรเรา แต่น่าจะถามว่าเราจะให้อะไรเพื่อนได้บ้างต่างหาก" หากคาดหวังจะได้รับความดูแล เข้าอกเข้าใจ เป็นห่วงเป็นใยจากเพื่อนทุกวันเวลา รับประกันยินดีคืนเงินได้เลยว่า ผิดหวังแน่ๆ เพราะชีวิตของเพื่อนก็มีมิติอื่น เพื่อนยังต้องช่วยแม่ลวกก๋วยเตี๋ยว เพื่อนยังต้องอ่านหนังสือสอบ เพื่อนยังต้องออกไปดูหนังกับแฟน แล้วไหนเพื่อนจะต้องแอบไปเที่ยวอาร์ซีเอกับกิ๊กอีก ชีวิตเพื่อนไม่ได้มีแค่เราสักหน่อย

หากรักเพื่อน ก็น่าจะปล่อยให้เพื่อนเป็นอย่างที่เพื่อนเป็น มองเพื่อนด้วยสายตาไม่ตัดสิน เออ มันก็เป็นของมันแบบนี้แหละวะ นี่แหละเพื่อนเรา เพื่อนกันตักเตือนกันได้ แต่ไม่น่าทำตัวเป็นผู้บังคับบัญชา เพราะถูกของเราใช่ว่าจะเป็นถูกเดียวกันกับของมันเสียเมื่อไหร่

มีเพื่อนที่คิดไม่เหมือนกัน ดีจะตายไป เราจะได้เข้าใจว่า โลกนี้ยังมี "ถูก" และ "ดี" อีกหลายแบบ

เวลาอยู่ใกล้ๆ กัน เราไม่ค่อยคิดถึงมันหรอก ไอ้พวกเพื่อนที่เป็นคนตัวเป็นๆ คอยยีหัว ตีกบาลเล่นกันบ่อยๆ พวกนั้นน่ะ แต่เวลาไกลห่างจากพวกมันมา หรือเวลาที่พวกมันห่างจากเราออกไปไกลๆ และไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่จะได้กลับมาหัวเราะร่าด้วยกันอีก บางทีก็คิดถึงพวกมันเหมือนกัน

ไม่รู้เหมือนกันว่า เพื่อน ในพจนานุกรมที่เป็นทางการนั้นเขาแปลว่าอะไร แต่สำหรับเราแล้วมันไม่เคยครอบคลุมความหมายที่คำหนึ่งคำเป็นจริงๆ หรอก พวกเรา-ต่างคนต่างก็มีพจนานุกรมเอาไว้ใส่นิยามคำต่างๆ ของตัวเองกันทั้งนั้น เราต่างเก็บมันไว้ในใจ ก็แค่วันนี้อยากจดบันทึกไว้ว่า "เพื่อน" ของเรามันหมายความว่าอย่างนี้

จึงตัดสินใจเขียน "พจนานุกลม" ขึ้น นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อจะได้เข้าใจความหมายของสิ่งต่างๆ ที่รายรอบตัวเราเอง

สิ่งต่างๆ ที่ล้วนเป็นเพื่อนกับเราทั้งนั้น

Comment

Comment:

Tweet

#68 By 0998912527 (183.89.73.246|183.89.73.246) on 2015-02-03 17:25

question question embarrassed

#66 By (183.89.73.246|183.89.73.246) on 2015-02-03 17:25

question question embarrassed

#67 By (183.89.73.246|183.89.73.246) on 2015-02-03 17:25

<a href="http://anwmfqxaofidbur.com">hjpksqhwhzznvoc</a> http://nvhvfitzvhwqhrs.com [url=http://ffdlsdhelectjwh.com]yldgmpgrpztqzjk[/url]

#65 By mfvtnojozj (94.102.52.87) on 2010-06-14 13:22

บทความนี้ ทำเราร้องไห้ได้

#64 By TaAn (161.200.255.162) on 2008-09-16 21:56

เป็นพื่อนกัน

#63 By (118.173.240.23) on 2008-09-16 13:39

มีเพื่อนมาตั้งนานแล้ว

เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ดันไปสร้างศัตรูไว้ แค่คนเดียวเอง
เดือนร้อยจัง มีคนเกียจแค่ 1 คน มันพาคนมาทะเลาะกับเรา อีกตั้งหลายคน

เพื่อน มีกี่คนก็ไม่อันตราย
ไม่มีคำว่าเกินขนาด

#62 By ช่อแก้ว (คนกันเอง มาช้า แต่มาตั้งนานแล้ว) (222.123.188.116) on 2008-08-17 13:41

ว้